ลวดสลิง (Wire Rope) คือเชือกที่ทำจากเส้นลวดเหล็กหลายเส้นตีเกลียวเป็นขดลวด (Strand) พันรอบแกนกลาง มีขนาด 8–76 มม. เกรดความแข็งแรง 1770–2160 N/mm² ใช้ในงานยก งานดึง และงานโยงยึด โดยเลือกตามโครงสร้างเกลียว ชนิดแกน และค่าการรับน้ำหนัก (แรงดึงขาด)ของแต่ละขนาด

คู่มือพื้นฐานลวดสลิง (Wire Rope 101)

ความรู้เบื้องต้นและพื้นฐานเกี่ยวกับ ลวดสลิง

  • ลวดสลิงคืออะไร ? ทำจากอะไร ?
  • มีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร ? รวมถึงวิธีการยก

ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลต่อการใช้งานและการรับน้ำหนักของลวดสลิง

ต้องการซื้อลวดสลิง? ดูลวดสลิงทุกขนาดทุกแบรนด์ พร้อมราคาและใบเซอร์ — Bridon, Casar, Kiswire, Usha ของแท้ 100% พร้อมบริการตัด เข้าหัว และทดสอบ

1. ลวดสลิง (Wire Rope) คืออะไร ?

ลวดสลิง คือ เส้นลวดเหล็กหลายเส้นที่ตีเกลียวหรือพันรอบแกนชั้นเดียวหรือหลายชั้น ซึ่งจำนวนเส้นลวดของลวดตีเกลียวแต่ละเกลียวของเชือกลวดเหล็กกล้าจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับจุดประสงค์การใช้งาน

2. ลวดสลิงมีองค์ประกอบอะไรบ้าง ? (Component)

ลวดสลิง 1 เส้น จะประกอบด้วย

  1. แกนลวดสลิง (Core) ทำหน้าที่รักษารูปทรงของลวดสลิงให้กลม รองรับเกลียวชั้นนอก ทั้งยังช่วยรักษาให้ลวดตีเกลียวอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมระหว่างการใช้งาน
  2. เส้นลวด (Wire) ส่วนประกอบย่อยสุดของลวดสลิง
  3. ขดลวด หรือ เกลียวสลิง (Strand) เกิดจากการรวมตัวของเส้นลวดด้วยการตีเกลียว
องค์ประกอบของลวดสลิง

3. ลวดสลิงมีขนาดอะไรบ้าง ? เลือกอย่างไร ? (Size)

ลวดสลิงที่ใช้ในงานยก ขึง หรือเคลื่อนย้ายวัสดุต่างๆ มีหลายขนาดให้เลือกตามความเหมาะสมของงาน ซึ่งหากลวดสลิงมีความกว้างมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความสามารถในการรับน้ำหนักได้สูงขึ้นตามไปด้วย ดูค่าการรับน้ำหนักของแต่ละขนาดได้ที่ตารางรับน้ำหนักลวดสลิง 8-76 มม. โดยไทยมุ้ยมีลวดสลิงให้เลือกซื้อตั้งแต่ 8-76 มิลลิเมตร (มม.)

สำหรับการวัดขนาดความกว้างลวดสลิง จะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า เวอร์เนียร์ วัดส่วนที่กว้างที่สุดของลวดสลิง โดยตามมาตรฐานลวดสลิงจะมีค่าพิกัดความเผื่อ 0-5% จากขนาดที่ระบุ (Nominal Diameter) คือจะมีขนาดใหญ่กว่าขนาดที่ระบุนั่นเอง

Reference: Bridon-Measuring Wire Rope

การวัดขนาดลวดสลิง

4. ความยาวลวดสลิงวัดอย่างไร ? (Length)

สำหรับความยาวลวดสลิง สามารถวัดได้ 3 แบบ

  1. Overall Length วัดความยาวทั้งหมดจากขอบนอกของสลิง
  2. Bearing to Bearing วัดความยาวทั้งหมดจากขอบในของสลิง
  3. Effective Length วัดความยาวทั้งหมดจากขอบในของชุดยก
การวัดความยาวลวดสลิง

5. โครงสร้างลวดสลิง เช่น 6×19 อ่านอย่างไร ? (Construction)

สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนซื้อลวดสลิงให้เหมาะกับการใช้งานคือ โครงสร้าง จำนวนโครงสร้างของลวดสลิง โดยทั่วไปลวดสลิงจะมีตัวเลขที่ต้องดู 2 ตำแหน่ง เช่น โครงสร้างลวดสลิง 6×19 ซึ่ง

  • เลขตัวหน้า หมายถึง จำนวนขดลวดในเกลียวลวดสลิง (Strand) เส้นนั้นๆ
  • เลขตัวหลัง หมายถึง จำนวนเส้นลวด (Wire) ที่อยู่ในขดลวด (ซึ่งอาจมีจำนวนที่น้อยกว่าหรือมากกว่าตัวเลขที่ระบุไว้ก็ได้เช่นกัน)
โครงสร้างของลวดสลิง

6. เกลียวลวดสลิงมีกี่แบบ ? (Strand Pattern)

  1. Single Layer เป็นเส้นลวดที่มีขนาดเท่ากัน มัดล้อมรอบแกนเส้นลวดที่อยู่ตรงกลาง
  2. Filler Wire ลวดสลิงที่มีเส้นลวดขนาดเล็ก แทรกอยู่ในพื้นที่ว่างระหว่างเส้นลวดที่มีขนาดใหญ่กว่า
  3. Seale มีเส้นลวดขนาดใหญ่ล้อมด้านนอก เส้นลวดขนาดเล็กแทรกอยู่ด้านใน
  4. Warrington โครงสร้างลวดสลิงที่มีเส้นลวดทั้งใหญ่และเล็กวางสลับกัน
  5. Combined เป็นการรวมลักษณะการตีเกลียวหลายๆ รูปแบบเข้าด้วยกัน

7. ลวดสลิงมีกี่ประเภท ? (Wire Rope Type)

โดยทั่วไปมี 4 รูปแบบด้วยกัน คือ

  1. ลวดสลิงทั่วไป (Convention Steel Wire Rope)
    เป็นเส้นลวดเหล็กหลายเส้นที่ตีเกลียวหรือพันรอบแกนชั้นเดียวหรือหลายชั้น
  2. ลวดสลิงรีดกลม (Compacted Wire Rope)
    ผลิตโดยใช้การรีดกลมเกลียวของลวดสลิง ช่วยลดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก กระบวนการนี้ทำให้พื้นผิวด้านนอกเรียบขึ้นและเพิ่มความแข็งแรงเมื่อเทียบกับลวดสลิงขนาดและประเภทเดียวกัน
  3. ลวดสลิงต้านการหมุน (Rotation Resistance Wire Rope)
    ได้รับการออกแบบให้ต้านทานการบิด การหมุน ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการใช้งาน ติดตั้ง และจัดเก็บ
  4. ลวดสลิงไส้พลาสติก (Plastic Impregnated Wire Rope)
    ลวดสลิงที่เติมพลาสติกในช่องว่างภายในระหว่างเกลียวและแกน ช่วยลดความล้า (Fatigue) จากการดัดงอ และลดการสึกหรอทั้งภายในและภายนอก

8. แกนหรือไส้ลวดสลิงต่างกันอย่างไร ? (Core)

แกนกลางหรือไส้ของลวดสลิง ทำหน้าที่รักษารูปทรงของลวดสลิงให้กลม รองรับเกลียวชั้นนอก ซึ่งแกนลวดสลิงแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่

  1. ลวดสลิงไส้เชือก/แกนไฟเบอร์ (Fiber Core : FC)
    ตัวแกนทำจากเชือกที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติหรือเส้นใยสังเคราะห์ ส่วนใหญ่ใช้เป็น PP หรือ PVC มีความอ่อนตัว ทนทานต่อแรงล้า และมีความยืดหยุ่นสูง
  2. ลวดสลิงไส้เหล็ก/แกนลวดเหล็กกล้า (Independent Wire Rope Core : IWRC)
    ลวดสลิงที่มีแกนเป็นลวดเหล็กกล้า เพิ่มความแข็งแรงมากกว่าไส้เชือกประมาณ 10-15% ช่วยต้านทานต่อแรงกดทับ และทนต่อความร้อนได้ดีกว่า
  3. ลวดสลิงแกนลวดตีเกลียว (Wire Strand Core : WSC)
    เป็นลวดสลิงไส้เหล็กเหมือนกับ IWRC แต่จะนำเกลียวมาทำแกนลวดสลิง ออกแบบเพื่อใช้ผลิตแกนลวดสลิงเกลียวหลายชั้น เช่น ประเภทต้านทานการหมุน (Rotation Resistant)

9. เกรดลวดสลิงต่างกันอย่างไร ? (Grade)

เกรดแรงดึงของลวดสลิง เป็นค่าที่บ่งบอกแรงดึงและน้ำหนักที่ลวดสลิงสามารถยกหรือเคลื่อนย้ายวัตถุได้อย่างปลอดภัย โดยมีเกรดที่ได้รับความนิยม 3 แบบ ได้แก่

  • IPS (Improved Plowed Steel) / 1770 Grade : มีแรงดึงอยู่ที่ 1770 N/mm² หรือ 180 kg/mm²
  • EIPS (Extra Improved Plowed Steel) / 1960 Grade : มีแรงดึงอยู่ที่ 1960 N/mm² หรือ 200 kg/mm²
  • EEIPS (Extra Extra Improved Plowed Steel) / 2160 Grade : มีแรงดึงอยู่ที่ 2160 N/mm² หรือ 220 kg/mm²

เกรดที่สูงขึ้นหมายถึงแรงดึงขาด (MBL) ที่สูงขึ้นในขนาดเส้นเท่ากัน — เปรียบเทียบค่าแรงดึงขาดของทุกขนาดและทุกเกรดได้ที่ตารางรับน้ำหนักลวดสลิง

Reference: Bridon-Rope Grade Explained

10. เกลียวซ้าย-เกลียวขวา เลือกอย่างไร ? (Direction)

การเลือกซื้อลวดสลิงให้เหมาะกับการใช้งานนั้น เราจำเป็นต้องดูทิศทางของลวดสลิง ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีอยู่ 2 ทิศทางด้วยกันคือ

  1. ลวดสลิงเกลียวซ้าย (Left-hand)
  2. ลวดสลิงเกลียวขวา (Right-hand)

การเลือกใช้งานนั้น จะขึ้นอยู่กับการออกแบบเครนที่ใช้งาน ว่าระบุให้ใช้เกลียวซ้ายหรือเกลียวขวา ซึ่งหากใช้งานผิดประเภท ก็อาจทำให้ขดลวดคลายตัวและหลุดออกจากแกนของสลิงได้

Reference: Bridon-Rope Lay and Direction

ทิศทางของลวดสลิง

11. การเรียงตัวของลวดในเกลียวมีกี่แบบ ? (Lay Type)

ซึ่งจะมีอยู่ 3 รูปแบบ คือ

  1. เกลียวธรรมดา (Regular Lay) ทิศทางของลวดในแต่ละเกลียวและทิศของมัดเกลียวอยู่ตรงข้ามกัน เป็นรูปแบบที่นิยมใช้งานมากที่สุด เนื่องจากมีความทนทานต่อแรงกดทับและการหมุน
  2. เกลียวพิเศษ (Lang Lay) ทิศทางของลวดในแต่ละเกลียวและมัดเกลียวบิดไปในทิศทางเดียวกัน นิยมใช้ในงานสลิงที่มีการดัดหรือโค้งงอได้ เนื่องจากมีความยืดหยุ่นสูง
  3. เกลียวสลับ (Alternate Lay) เป็นลวดสลิงที่ผสมผสานกันระหว่างเกลียวธรรมดาและเกลียวพิเศษ ทำให้มีทั้งความทนทานและยืดหยุ่นสูง
การเรียงตัวของลวดสลิง

12. การเข้าหัวสลิงมีกี่วิธี ? (Termination)

เป็นการเชื่อมต่อลวดสลิงเข้าด้วยกัน หรือเชื่อมเข้ากับอุปกรณ์จับยึดรูปแบบต่างๆ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการยกแตกต่างกัน แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

  1. การอัดปลอก ใช้เครื่องไฮดรอลิกในการอัดเพื่อเชื่อมต่อแบบถาวร เช่น ปลอกอลูมิเนี่ยม หรือปลอกเหล็ก เหมาะกับลวดสลิงยก
  2. การหล่อหัว ใช้เรซิ่นเชื่อมส่วนหัวที่เป็นซ็อกเกตเข้ากับส่วนปลายของลวดสลิง เหมาะสำหรับสลิงที่ใช้กับเครน
  3. การประกอบกริ๊บจับลวดสลิง เพื่อยึดส่วนปลายของห่วงเข้ากับลวดสลิง นิยมใช้ในงานขึง

Reference: Crosby-Termination Manual

ตารางประสิทธิภาพการเข้าหัวสลิง
เปรียบเทียบประสิทธิภาพการเข้าหัวลวดสลิงแต่ละแบบ (Termination Efficiency เทียบกับแรงดึงขาดของลวดสลิง)
วิธีเข้าหัว (Termination) ประสิทธิภาพ (% ของ MBL) ลักษณะการใช้งาน
Spelter Socket (หล่อหัวซ็อกเกต) 100% ประสิทธิภาพสูงสุด ใช้กับสลิงเครน งานติดตั้งถาวร
Swage Socket (อัดซ็อกเกต) 100% เชื่อมต่อถาวรด้วยเครื่องไฮดรอลิก
Swage Button (อัดปุ่มปลายสาย) 95% ใช้เป็นตัวหยุดปลายสาย (End Stop)
Flemish Eye (ถักตาไก่อัดปลอกเหล็ก) 90–96% มาตรฐานสลิงยกของ ปลอดภัยแม้ปลอกเสียหาย
Turnback Eye (พับปลายอัดปลอกอลูมิเนียม) 90% สลิงยกทั่วไป ต้นทุนต่ำกว่า Flemish Eye
Wedge Socket (ซ็อกเกตลิ่ม) 80% ถอดเปลี่ยนหน้างานได้เร็ว นิยมใช้กับเครนก่อสร้าง
Wire Rope Clips (กิ๊บจับลวดสลิง) 80% งานขึง งานชั่วคราว ขึ้นกับจำนวนกิ๊บและแรงขันที่ถูกต้อง

หมายเหตุ: ค่าประสิทธิภาพเป็นค่าโดยประมาณตาม Crosby Termination Manual — การใช้งานจริงต้องคำนวณร่วมกับ Safety Factor และดูค่าแรงดึงขาดของลวดสลิงแต่ละขนาดจากตารางรับน้ำหนักลวดสลิง

13. การผูกปม/ยก ด้วยลวดสลิงมีแบบไหนบ้าง ? (Hitch)

วิธีผูกมัดลวดสลิงกับวัตถุที่ยก โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

  1. แบบแนวดิ่ง (Vertical Hitch) เป็นการคล้องสลิงเข้ากับวัตถุโดยตรง
  2. แบบหักคอไก่ (Choker Hitch) นำปลายลวดสลิงด้านหนึ่งสอดเข้าหูสลิงอีกด้านหนึ่งเพื่อสร้างห่วงคล้องรอบวัตถุ
  3. แบบตะกร้าหรือแบบอุ้ม (Basket Hitch) การผูกสลิงโอบรอบวัตถุที่จะยก และนำส่วนปลายสลิงทั้ง 2 ด้าน มาเกี่ยวไว้กับตะขอ

ลวดสลิง 6×36 กับ 6×19 ต่างกันอย่างไร ?

ลวดสลิง 6×36 มีเส้นลวดต่อขดมากกว่า จึงอ่อนตัวกว่าและทนการดัดงอผ่านรอกได้ดีกว่า เหมาะกับงานยกและงานเครน ส่วน 6×19 มีเส้นลวดหนากว่า ทนการเสียดสีและการกดทับได้ดีกว่า เหมาะกับงานลากดึงและงานขึง

ลวดสลิงรับน้ำหนักได้เท่าไหร่ ?

ขึ้นอยู่กับขนาดและเกรด เช่น ลวดสลิง 10 มม. เกรด 1960 มีแรงดึงขาด (MBL) ประมาณ 6.3 ตัน แต่ในการใช้งานจริงต้องหารด้วย Safety Factor (ปกติ 5:1 สำหรับงานยก) ดูค่าแรงดึงขาดครบทุกขนาด 8-76 มม. ได้ที่ตารางรับน้ำหนักลวดสลิง

แกนเหล็ก (IWRC) กับแกนไฟเบอร์ (FC) เลือกแบบไหนดี ?

แกนเหล็ก (IWRC) แข็งแรงกว่าแกนไฟเบอร์ประมาณ 10-15% ทนแรงกดทับและความร้อนได้ดีกว่า เหมาะกับงานยกหนักและงานเครน ส่วนแกนไฟเบอร์ (FC) ยืดหยุ่นและอ่อนตัวกว่า เหมาะกับงานทั่วไปที่ไม่เจอความร้อนหรือแรงกดทับสูง

เกรดลวดสลิง 1770, 1960 และ 2160 ต่างกันอย่างไร ?

ตัวเลขคือค่าความต้านแรงดึงของเส้นลวดหน่วย N/mm² — เกรดยิ่งสูง ลวดสลิงขนาดเท่ากันจะรับน้ำหนักได้มากขึ้น โดย 1770 (IPS) เป็นเกรดมาตรฐาน, 1960 (EIPS) เป็นเกรดที่นิยมที่สุดในงานยก และ 2160 (EEIPS) เป็นเกรดสูงสุดสำหรับงานหนักพิเศษ

Safety Factor ของลวดสลิงคือเท่าไหร่ ?

งานยกทั่วไปใช้ Safety Factor 5:1 คือน้ำหนักใช้งานปลอดภัย (WLL) เท่ากับแรงดึงขาด (MBL) หารด้วย 5 ส่วนงานยกคน เช่น ลิฟต์หรือกระเช้า ใช้ 10:1 และงานขึงโครงสร้างทั่วไปใช้ 3:1 ถึง 5:1 ตามมาตรฐานที่ผู้ออกแบบกำหนด

ลวดสลิงควรเปลี่ยนเมื่อไหร่ ?

ควรเปลี่ยนทันทีเมื่อพบเส้นลวดขาดเกินเกณฑ์มาตรฐาน (เช่น ขาด 6 เส้นในระยะ 6 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลาง) เส้นผ่านศูนย์กลางลดลงเกิน 7% มีการผิดรูป เช่น หักงอ แบน คลายเกลียว เป็นสนิมรุนแรง หรือผ่านการรับแรงกระชากมาแล้ว และควรตรวจสอบโดยผู้ชำนาญการตามมาตรฐาน LEEA อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

พร้อมเลือกซื้อลวดสลิงแล้วใช่ไหม ?

ไทยมุ้ยจำหน่ายลวดสลิงของแท้ทุกขนาด 8-76 มม. พร้อมราคาและใบเซอร์ ครบทุกแบรนด์ Bridon, Casar, Kiswire, Usha พร้อมบริการตัด เข้าหัว และทดสอบตามมาตรฐาน LEEA, ISO & DNV

ดูสินค้าลวดสลิงทั้งหมด

ติดต่อเรา (Contact Us)

ไทยมุ้ย เราคือผู้จัดจำหน่ายลวดสลิงและอุปกรณ์ยกหิ้วคุณภาพสูง ที่ให้บริการมานานกว่า 60 ปี และเรายังคงมุ่งมั่นสานต่อเจตนารมย์ที่จะยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องให้เจริญก้าวหน้าต่อไปในอนาคต

หากท่านมีข้อสงสัยใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริการและสินค้าของเรา ติดต่อเราได้เลยครับ
E-mail: sales@thaimui.co.th
Call: +6622352940
Line: @thaimui
Facebook: ThaiMuiCorp

Line @thaimui